หลายคนคิดว่าการเป็นคนน่าสนใจหมายถึงการรู้มาก: มีเกร็ดเล่า มีความเห็นหนักแน่น มีความรู้ นั่นเป็นทางที่ผิด และเป็นความโล่งใจเสียมากกว่าที่จะปล่อยมันไป คนที่เราพบว่าน่าหลงใหลไม่ได้ท่องความรู้: พวกเขามีวิธีอยากรู้อยากเห็นและเล่าสิ่งต่าง ๆ ที่ทำให้อยากฟัง
การเป็นคนสนใจทำให้คุณน่าสนใจ
นักจิตวิทยา Todd Kashdan แสดงว่าความอยากรู้อยากเห็นทำให้คนน่าดึงดูดและน่าพูดคุยมากขึ้น มันเกือบจะขัดแย้งในตัว: คุณกลายเป็นคนน่าสนใจไม่ใช่ด้วยการพูดเรื่องตัวเอง แต่ด้วยการสนใจอีกฝ่ายและโลกอย่างแท้จริง ความอยากรู้อยากเห็นมองเห็นได้ รู้สึกได้ และแพร่ได้ มันยังเป็นคุณสมบัติที่เข้าถึงง่ายที่สุด: ไม่ใช่เรื่องของการรู้มากขึ้น แต่คือการอนุญาตให้ตัวเองอยากรู้อยากเห็นอย่างแท้จริง
พลังของเรื่องเล่า
สิ่งที่ติดอยู่ไม่ใช่ข้อมูล แต่คือเรื่องเล่า นักวิจัย Melanie Green และ Timothy Brock อธิบาย "การพาเข้าสู่เรื่องเล่า": เรื่องที่ดีดึงความสนใจ ลดการตั้งการ์ด และอยู่ในความทรงจำนานกว่าข้อเท็จจริงเดี่ยว ๆ มาก และการเล่าเรื่องไม่ใช่พรสวรรค์ของนักพูด: มันคือโครงสร้างง่าย ๆ (ก่อน จุดพลิกที่ไม่คาดคิด หลัง) ที่ใครก็เรียนรู้ใช้ได้ ด้วยเกร็ดของตัวเอง แม้จะเล็กจิ๋ว
ความผิดพลาดที่ฆ่าความน่าสนใจ
ในทางกลับกัน ไม่มีอะไรทำให้เย็นชาเร็วกว่าคำพูดที่ดึงทุกอย่างกลับมาที่ตัวเอง หรือการพูดคนเดียวที่ไม่เหลือที่ว่าง การเป็นคนน่าสนใจไม่ใช่การยึดพื้นที่: แต่คือการสร้างการแลกเปลี่ยนที่อีกฝ่ายรู้สึกว่าถูกพาไปด้วย ความระมัดระวังมากเกินไปก็ทำให้คนเหนื่อย: คำตอบที่เรียบเกินไป ไม่เผยอะไรเกี่ยวกับคุณ ไม่ให้อะไรให้ยึดเกาะ
จะเริ่มจากตรงไหน
คุณไม่ต้องค้นคว้าหรือเตรียมหัวข้อ คุณต้องบ่มเพาะความอยากรู้อยากเห็น อนุญาตให้ตัวเองเล่าสิ่งที่คุณใช้ชีวิต และกะปริมาณว่าจะเผยแค่ไหน นั่นคือดินแดนของคู่มือ "ความน่าคบและเสน่ห์เรียนรู้ได้": มีเนื้อหาในตัวและรู้วิธีแบ่งปัน เริ่มจากตัวคุณอย่างที่เป็นอยู่ ไม่ใช่จากตัวละคร
จะเป็นคนน่าสนใจมากขึ้นได้อย่างไร?
ด้วยการเป็นคนสนใจ แทนการพยายามเป็นคนน่าสนใจ งานวิจัยเรื่องความอยากรู้อยากเห็น (Todd Kashdan) แสดงว่าเรารู้สึกว่าคนที่ถามคำถามอย่างจริงใจและเล่าสิ่งต่าง ๆ เป็นเรื่องสั้น ๆ แทนข้อเท็จจริงนั้นน่าหลงใหล คุณไม่ต้องรู้มากขึ้น: บ่มเพาะความอยากรู้อยากเห็นที่แท้จริงและแบ่งปันสิ่งที่คุณใช้ชีวิต ด้วยคำพูดของคุณเอง